2008/Feb/02

เล่นเว็บบอร์อยู่เว็บบอร์หนึ่ง  ตอบกระทู้ไปสาดรูปมา  มันก็ได้ข้อความคอมเม็นต์นี้มา...โพสต์ไปแล้วพอมาอ่านที่ตัวเองโพสต์แล้วรู้สึกน่ารักดี - - อุบาทว์ความคิดตัวเองในขณะนั้นอย่างแรง (วะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ)

*********************************

"หวัดดีครับ  ผมชางมินครับ...อ้าวไม่รู้จักผมได้ไงอ่ะ...เอ๋า  เดี๋ยวก็เห็นรูปผมที่จะโพสต์ต่อไปเองนั่นแหละ - - ...แต่เป็นรูปผม - - ชางมินตอนที่ยังไม่บ้าพลังเล่นกล้ามยกเวทนะครับ..เหอ ๆ ๆ...เพราะตอนนี้  ใคร ๆ ก็ว่าผมอ่ะ  เปลี่ยนไป...ก็แหม  จะให้ผมแบ๊วใสเป็นเด็กชายวัยเริ่มสะรุ่นไปตลอดได้ไง...เป็นลูกชาย  มันก็ต้องถึกให้ได้เหมือนป๊ามันดิ่ครับ...จริงป่าว?"

"วันนี้ผมมีรูปมาโชว์อ่ะครับ...มาดูรูปแรกกัน"

^
^
"รูปนี้ผมเป็นคนถ่ายอ่ะครับ  เพราะงั้นในรูปก็เลยไม่มีผมอยู่ด้วย - - หม่าม้าผมเป็นไงมั่ง...สวยใช่ไหมล่า - - ถึงจะดูเย็นชาไปหน่อยก็เหอะ...ก็ช่วยไม่ได้เพราะป๊าดันหึงงี่เง่าเอง  หม่าม้าแจยอมถ่ายรูปคู่ด้วยนี่ก็บุญแล้ว...ซึ่งมันก็เพราะผมขอร้องหรอกนะป๊า  ที่หม่าม้ายอมมาถ่ายรูปด้วยน่ะ"


^
^
ผัวเมียคู่นี้เค้าเป็นเพื่อนหม่าม้าอ่ะครับ  รู้จักสนิทกับหม่าม้ามานานมั่ก ๆ ...รูปนี้ผมก็เป็นคนถ่ายเองกะมือเหมือนกัน...สวยใช่ป่ะครับ...สวยจนป๋ายุนเค้าด่าผมอ่ะครับ ว่าจะตั้งใจถ่ายรูปสองคนนี้ไปทำไม...คือป๊าเค้าคงอยากให้ผมถ่ายรูปหม่าม้าแบบรัวชัตเตอร์ใส่เป็นสาดกระสุนแทนที่จะมาเปลืองฟิมล์กับสองคนนี้อ่ะครับ (ซึ่งถ่ายวีดีโอจะง่ายกว่าไหมครับป๊า)

.........

"อืมม...ค้นไปค้นมา  ผมก็เจอรูปน่าสนใจในอัลบั้มรูปเยอะแยะเลยอ่ะครับ....มาดูกันทีละรูปดีกว่าเนอะ ^ ^...."
.
.
.

^
^
รูปนี้ผมถ่ายกับเพื่อนหม่าม้าอ่ะครับ - - ผมตกขอบจนตัวเกือบขาดครึ่งนี่ก็เพราะฝีมือการถ่ายภาพของป๋ายุนพ่อผมเองอ่ะครับ...ไม่ไหว ๆ ...เพราะงั้นรูปต่อไปผมเลยจัดท่า  จัดฉาก  กับตั้งกล้องถ่ายเอง"


^
^
"เป็นไงครับ...สวยกว่ารูปข้างบนเยอะเลยใช่ป่ะครับ..."
.
.
.

^
^
"อืมมมม์...ง่า...ที่หม่าม้าเกือบตัวขาดในรูปนี้...ฝีมือผมเองอ่ะครับ - - เชื้อไม่ทิ้งแถวเลยเนอะ (5555555)...รูปนี้ถ่ายได้ห่วยสมกับเป็นลูกป๋ายุนเจรง ๆ...55555555...."
.
.
.
"เอ้อ...เกือบลืมเลย....มาดูรูปสุดท้ายกันก่อนครับ ว่าทำไมป๊าเค้าถึงหึงมากมายจนหม่าม้างอนใส่จนทำให้รูปที่ถ่ายออกมารูปแรก ๆ ที่ผมเอามาให้ดูนั้น  หน้าตาของหม่าม้าถึงได้ดูเย็นชาเป็นราชินีน้ำแข็งอย่างนั้น...มันมีสาเหตุมาจากรูปถ่ายรูปนี้นี่เอง..."


^
^
"ป่ะป๊าเค้าไม่ค่อยชอบใจอ่ะครับ  ที่หม่าม้าโพสต์ท่าเหมือนจะไปไซร้หูน้าจุนซูเค้าซะขนาดนั้น - - ป๊าเค้าก็บ่น ๆ อ่ะครับว่า - - ทีกรูล่ะไม่ค่อยจะยอมทำอย่างนี้มั่งเลย - - ...อืมม์  แต่ผมว่าขนาดไม่ค่อยมีของป๋า  รูปมันก็ปาเข้าไป - - เอาเป็นว่ามีเยอะจนหาที่เก็บไม่ไหวแล้วอ่ะครับ..."
.
.
.
"แล้วค่อยเจอกันไหมคราวหน้านะครับ...ขอบคุณครับ"

2008/Feb/02

Couple Talk - Soul Fighters (แจจุงกับชางมิน) ...แจจุงพูดมาก น้องมินก็พูดมาก... อ่านแต่ซับไม่ค่อยสนุก แต่ถ้าดูคลิปมันจะฮามาก ๆ ^ ^


แปลแบบมั่ว ๆ เน้อ ^ ^;; ภาษาไม่ค่อยดีอ่ะค่ะ แต่คงพอรู้เรื่อง

*********************************

แจจุง : ครับ...พวกเรา Soul Mates

ชางมิน : Soul soul Soul Fighters ต่างหากล่ะครับพี่

แจจุง : โอ...ครับ ๆ Soul Fighters

ชางมิน : ก็ Soul Mates น่ะมันเป็นเพื่อนรักกัน

แจจุง : เออ...จริงด้วยสิ...

แจจุง & ชางมิน : คู่เจ๋งสุด Soul Fighters!!

แจจุง : เอ่อ แน่ใจนะว่าเค้าอนุญาตให้เราพูดถึงเรื่องที่จะพูดต่อไปนี้ได้น่ะ

ชางมิน หัวเราะขำ ๆ : ได้สิพี่...ได้

แจจุง : เฮ้...แล้วทำไมพวกเราถึงได้ถูกเรียกว่า Soul Fighters ได้ล่ะเนี่ย (แจจุงถามแบบข้องใจมาก ๆ)

ชางมิน - ผมก็อยากถามอย่างงั้นเหมือนกัน ไอ้การที่ต้องมาอยู่ในจุดที่ใคร ๆ ก็เรียกเราด้วยฉายา Soul Fighters นี่..มันไม่ค่อยน่าภูมิใจสักเท่าไหร่เลย...มันออกจะเป็นฉายาที่ฟังดูน่าอายเนอะ...พี่ว่างั้นไหมครับ

แจจุง - ใช่แล้ว...ยิ่งถ้ามองในแง่ที่ว่าผมน่ะเป็นคนที่อายุมากที่สุดในวง แล้วชางมินน่ะอายุน้อยที่สุดในวง

ชางมิน - ใช่มะ

แจจุง - แล้วทีนี้ทำไมเราถึงได้ตีกันตลอดด้วยล่ะฮึ (แจจุงกับชางมินต่างหัวเราะ)

แจจุง - พวกคุณทุกคนมักจะเห็นผมสองคนทะเลาะกันออกอากาศทางโทรทัศน์ ตามคลิปวิดีโออะไรพวกนี้บ่อยมาก ๆ

ชางมิน - ช่ายยย

แจจุง - มันน่าอายเนอะ? แต่มันก็ไม่ใช่ว่าเราจะเกิดมาเพื่อตีกันอะไรอย่างนั้นนะครับ

ชางมิน - แต่มันหมายถึงว่าเราสนิทกันมากซะจนตีกันก็ได้โดยที่ไม่รู้สึกว่ามันจะผิดอะไร

แจจุง – ใช่เลย...นั่นนะเป็นคำพูดที่ดีที่ใช้อธิบายสิ่งที่เราเป็นกัน มันเป็นสิ่งที่นายควรจะพูด เวลาที่เราไปออกรายการทีวี พวกคุณก็จะเห็นผมก่อกวนสร้างความรำคาญให้ชางมินตลอดเลยใช่ไหมครับ ซึ่งเรื่องนั้นผมก็อยากจะขอโทษคุณแม่ของชางมินด้วยนะครับที่มักจะเห็นผมทำอย่างนั้นกับชางมินตลอดเลย

แจจุง - ในฐานะที่น้องเค้าเป็นลูกมีพ่อมีแม่ ผมก็ไม่ควรที่จะพูดอะไรอย่างนี้อ่ะครับ...แต่พวกคุณรู้ไหมครับว่าพวกคุณน่ะไม่ได้ดูช่วงที่มันเลวร้ายที่สุดของวีดิโอพวกนั้น

ชางมิน – เฮ้ ผมไม่เคยต่อความยาวสาวความยืดนะครับ อย่าใส่ร้ายผมสิ

แจจุง - คุณแม่....คุณแม่ครับ.....

ชางมิน - พี่ตั้งใจจะพูดอะไรกันแน่เนี่ย

แจจุง – คุณแม่ครับ ผมมีเรื่องที่อยากบอกคุณแม่มากเลยครับ สิ่งที่คุณแม่เห็นเวลาผมทำอย่างนี้ (แจจุงตีแขนชางมิน) ปกติมันก็ไม่ค่อยเกิดขึ้นนะครับ แต่ก่อนที่ผมจะตีชางมินอย่างนี้ ก่อนที่ฉากแบบนี้จะถูกตัดต่อเอาไปออกอากาศ ตั้งแต่ก่อนจะอัดเทปออกอากาศ ชางมินเขาจะกวนประสาทผมมาก ๆ จริง ๆ แล้วผมนะที่เป็นผู้เสียหายของเหตุการณ์น่ะ ชางมินเขาจะพูดจาแบบว่า “แจจุง พี่จะทำอย่างนี้กับผมไม่ได้นะ พี่ไม่ใช่พี่จริง ๆ ของผมซะหน่อย” แล้วก็มีอีกสารพัดถ้อยคำหยาบคายที่ชางมินเขาจะพูดออกมากวนประสาทผม ผมโนเขากวนประสาทแบบนี้บ่อยมาก แล้วมันที่เห็นมันก็แค่ผมพยายามจะเอาคืนมั่งอ่ะครับ

ชางมิน - โดยการใช้กำลังกับผม

แจจุง - ก็ผมทำอะไรนอกเหนือจากนี้ไม่ได้อ่ะครับ

ชางมิน – ใช้กำลังก่อกวนเนี่ยอ่ะนะ แต่ทำไมต้องทำงั้นล่ะ

แจจุง – นั่นก็เพราะว่าเราไม่ได้รับอนุญาตให้พูดไม่สุภาพในเวลาออกอากาศน่ะสิ แต่เหมือนผู้ชมทั่วไปรับได้นะถ้าเป็นการทำร้ายร่างกายกันเฉย ๆ

ชางมิน - เค้ารับกันได้น่ะครับ

แจจุง - ก็เหมือนเราที่เป็นคู่กัดฟ้าประทาน

ชางมิน - ถูกต้องแล้วคร้าบ

แจจุง – ดูเหมือนสังคมก็ดูจะยอมรับเราในแง่นั้นได้ มันก็เลยดูเหมือนเราจะแสดงออกก็แต่ในส่วนนั้น

ชางมิน - ใช่ครับ

แจจุง – เอ่อ..คุณแม่ครับ ได้โปรดอย่าเป็นกังวลไปเลยนะครับ อันที่จริงแล้วชางมินต่างหากที่เป็นฝ่ายก่อกวนผมประจำเลยอ่ะครับ

แจจุง – ดูแขนชางมินสิครับ ช่วงหลังมานี้เขาออกกำลังกายประจำ แล้วก็อย่างที่ผมเคยพูดมาก่อนหน้านี้ว่าร่างกายผมน่ะหยุดการเจริญเติบโตแล้ว ผมตัวเตี้ยมากแถมโครงร่างยังเล็กอีก

ชางมิน – นั่นก็คือเหตุผลว่าทำไมผมถึงได้เร่งออกกำลังกายอย่างหนักให้แข็งแรง ก็เพื่อดิ้นรนหนีการก่อกวนของสมาชิกในวง มันก็เป็นแค้การปกป้องตัวเองของผมแค่นั้นเองนะ

แจจุง – พี่พูดได้เต็มปากเลยนะชางมิน ว่าแต่ก่อนนายเป็นคนสนุกสนานร่าเริงมาก แต่ตอนนี้พี่ไม่มีอะไรจะพูดแล้วว่ะ ท่าทางของชางมินตอนนี้เขาดูเหมือนเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุ ที่สุดจะกวนประสาท

ชางมิน – คำถามต่อไปดีกว่าครับ

พิธีกร - การแสดงความรักต่อกัน

แจจุง – เราแสดงความรักต่อกันด้วยการตีกันแบบนี้ (ฟาดฝ่ามือลงบนแขนชางมินดังเพี้ยะ) นี่ล่ะคือการแสดงความรักที่มีต่อกันของเรา

ชางมิน – มันเป็นวิธีที่แบบตอนเราอยู่มัธยมปลายเราจะเรียกการทำอย่างนี้ว่า One Touch

แจจุง : One touch.

ชางมิน : One touch.

แจจุง : One touch. (แจจุงตีแขนชางมินเพี้ยะ ๆ ๆ ๆ)


ชางมิน – เราก็แสดงออกว่าเรารักกันแบบนี้ล่ะครับ

แจจุง – สัมผัสถึงความรักที่ส่งผ่านการ One Touch.

แจจุง - ยิ่งฟาดกันแรง ๆ ยิ่งแปลว่าเรารักกันมาก ยิ่งตีแรงเท่าไหร่ก็คือยิ่งรักมากเท่านั้น มันก็เหมือนเวลาเรากอดคนที่เรารักแน่น ๆ ยิ่งกอดแน่นก็แปลว่ายิ่งรักมาก ๆ คุณคงไม่กอดคนที่คุณรักหลวม ๆ ใช่ไหมครับ แล้วเราก็ไม่น่าจะทำอย่างนั้นกับคนที่เรารักด้วยจริงไหมครับ ก็เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงได้ One Touch กันหนักหน่วงซะขนาดนั้น

ชางมิน – แล้วทุกวันนี้เราก็รักกันมากขึ้น....มากขึ้น

แจจุง – ใช่แล้ว

ชางมิน – รักทั้งน้ำตา

แจจุง – นี่ชางมินเค้าจะตีผมคืนทีหลังไหมเนี่ย

ชางมิน – ไม่ ๆ ผมไม่ทำอย่างนั้นกับพี่หรอก คำถามต่อไปเลยครับ

แจจุง – จุดอ่อนแล้ววก็จุดแข็งของพวกเราเหรอครับ...

แจจุง – ผมกับชางมินเราสนิทกันมากจนสามารถแสดงความรักของเราผ่านการ One Touch ได้...จริงป่ะ

ชางมิน – ใช่แล้ว

แจจุง – ถ้าจะมีเองที่ผมไม่ค่อยชอบเกี่ยวกับชางมิน ตอนนี้ก็คงเป็นการที่ชางมินแข็งแกร่งบึกบึนขึ้นนี่แหละครับ - - ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับพวกเรามากพอดู ผมหมายถึงชางมินอายุน้อยสุดในวง เขาเป็นน้องเล็กที่มีภาพลักษณ์ที่น่ารักสดใส ผมหมายถึงภาพที่ชางมินเคยเป็นตอนช่วง “HUG” น่ะครับ ตอนนั้นชางมินดูใส ๆ เป็นเด็กผู้ชายน่ารัก ๆ ที่เทนมให้ลูกแมวดื่ม

ชางมิน – นั่นมันนานมาชาติกว่าแล้วนะ

แจจุง – แล้วดูตอนนี้สิ ชางมินดูเหมือนพี่ชายคนโต พี่ใหญ่สุดของพวกเรา เป็นผู้ใหญ่เกินอายุ แล้วดูกล้ามเป็นมัด ๆ นี่ดิ่...

ชางมิน – ช่ายยย ....นี่ผมกำลังถูกพี่อิจฉาอยู่ใช่ป่ะครับ

แจจุง – นี่ แล้วพี่มีข้อดีอะไรมั่งป่ะ หยุดความคิดที่จะตีพี่แล้วบอกข้อดีของพี่ออกมาซะที

ชางมิน – ข้อดีของพี่เขาก็คือพี่แจจุงเขาจะดูแลสมาชิกทุกคนในวงดีมาก ๆ อย่างที่รู้ว่าพี่เขามีพี่สาวหลายคน การที่พี่แจจุงโตมากับพวกพี่สาวก็เลยทำให้พี่แจจุงเป็นคนอ่อนโยนละเอียดอ่อน

แจจุง – ละเอียดอ่อนอ่ะนะ...ทำไมงั้นล่ะ

ชางมิน – ผมพูดงี้มันฟังตลกรึไงเล่า

แจจุง – เปล่า ๆ ..พี่เป็นคนละเอียดอ่อนก็ได้

ชางมิน – พี่แจจุงเขาเป็นคนละเอียดอ่อนชอบดูแลเทคแคร์คนอื่น แล้วก็ใส่ใจเรื่องการแต่งกายของตัวเองมาก ๆ แต่ไม่รู้ทำไมพี่เค้าถึงไม่ค่อยชอบถอดรองเท้าเปื้อน ๆ ที่ใส่ออกไปข้างนอกออกเวลากลับเข้ามาในบ้าน ซึ่งเรื่องนี้มันทำผมสติแตกมากเลย คุณเคยอ่านพวกหนังสือเด็กไหมครับ ที่พูดถึงรอยเท้าของลูกหมาที่มันเดินเปะปะไปทั่ว - - เคยได้ยินมาใช่ไหมครับ อันที่จริงรอยรองเท้าของพี่แจจุงมันก็มองเห็นบนพื้นห้องจริง ๆ หรอกครับ แต่ผมดันไปรู้สึกว่าผมมองเห็นรอยพวกนั้นแปะอยู่บนพื้นอยู่จริง ๆ แล้วมันก็ทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดมาก

แจจุง – หลังจากที่พูดถึงเรื่องนี้กัน มือของชางมินก็จะเคลื่อนมาใกล้ ๆ ผมเพื่อทำการ One Touch

ชางมิน – เราได้ทำลายกำแพงระหว่างเราไปแล้วด้วยการ One Touch

แจจุง - มันก็จริง

ชางมิน - แล้วก็อีกสารพัดสิ่งที่เราสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นระหว่าที่เรากำลัง One Touch กัน

แจจุง – เราทำของพังไปเยอะมาก

ชางมิน – ใช่ครับ

แจจุง – แล้วหากจะพูดถึงสิ่งที่ถูกทำให้พังเสียหายไป ผมว่ามันก็คงมีเรื่องที่คุณแม่ของชางมินท่านเข้าใจผมผิดน่ะครับที่ผมไม่สบายใจเลย คุณแม่ครับ...ผมรักชางมินมากนะครับ ผมคอยดูแลเค้าตลอดด้วยความรักความเป็นห่วง คอยปลอบใจชางมินเสมอเวลาเค้าเศร้า คอยฟังทุกอย่างเวลาที่ชางมินเค้าอยากพูดอยากระบายออกมา ผมเป็นเพื่อนที่ดีของชางมินเสมอ...เชื่อผมนะครับคุณแม่

พิธีกร – แล้วมีอะไรที่อยากพูดกับอีกฝ่ายไหม

ชางมิน – เราเข้ามาทำงานให้กับบริษัทตั้งแต่ปี 2002 ตอนนั้นผมก็ไม่คิดมาก่อนว่าผมจะสามารถตีพี่แจจุงแบบนี้ได้ เรื่องอย่างนั้นผมว่ามันเกินความสามารถของผม แต่ขอบเขตกำแพงที่กั้นระหว่างผมกับพี่แจจุงมันถูกพังไปแล้ว ตอนนี้มันก็เลยกลายเป็นว่าเราสองคนไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องปิดบังกันและกัน

แจจุง – จริงเหรอ มันมีกำแพงระหว่างเราด้วย

ชางมิน – ไม่ มันไม่มีกำแพงอะไรแบบนั้นแล้ว มันพังไปเรียบร้อยแล้ว

แจจุง – พังเรียบร้อย

ชางมิน – ก็ตั้งแต่แต่เราสนิทกันมาก ๆ

แจจุง – แล้วพี่กับนายควรจะแสดงความสนิทสนมกันต่อไปด้วยการป่วนกันไปมาต่อไปและแสดงความรักอันมากมายที่เรามีต่อกันด้วยการ One Touch กันแรง ๆ อยู่อีกหรือเปล่าล่ะ

ชางมิน – จริงจังนะครับ พี่แจจุงเอาใส่ใจและดูแลผมเป็นอย่างดี มีบางช่วงเวลาที่ผมรู้สึกแย่ขึ้นมาก พี่แจจุงก็จะคอยเล่าเรื่องตลก ๆ ให้ผมฟังเพื่อช่วยให้ผมหายเศร้าและรู้สึกดีขึ้น ผมรู้สึกประทับสิ่งที่พี่เขาทำเพื่อผมมาก ๆ ผมก็เลยอยากให้เรียกพวกผมว่า Soul Mates มากว่าเรียก Soul Fighters ...ที่มีแบบนั้นออกอากาศโทรทัศน์ เราก็แค่แสดงความรักความสนิทสนมต่อกันออกมาในอีกรูปแบบหนึ่งเท่านั้นเอง

แจจุง – ไม่ใช่แค่ตอนออกรายการทีวีหรอกม้างงง....เราตีกันจบรายการจบแล้ว นอกการถ่ายทำเราก็ยังตีกันไม่เลิกไม่ใช่หรือไง

ชางมิน – ไม่ใช่อย่างนั้น แล้วทำไมพี่ไม่จบเรื่องนี้ซักทีล่ะครับ แล้วก็บอกซักทีว่าพี่เห็นว่าผมเป็นคนยังไง

แจจุง – ก็ได้ ๆ....ก่อนอื่นก็ relax กันก่อนเป็นไง ผมอยากจะพูดถึงชางมินในฐานะที่เป็นพี่ชายคนโตของวง ครั้งแรกที่ผมรู้จักชางมิน เขาเป็นเด็กชายตัวน้อยไร้เดียงสาที่ขยันขันแข็ง แต่เพราะชางมินอายุน้อยที่สุดในวง บางทีเขาก็ไม่รู้ว่าจะพูดจาสื่อสารบอกความต้องการของตัวเองกับสมาชิกคนอื่น ๆ ได้ยังไง ชางมินดีเพราะเขาเป็นคนดีไม่ใช่แกล้งทำเป็นดี แต่ก็อย่างที่บอกก่อนหน้านี้ว่าในใจเขามีกำแพงตั้งขวางอยู่ เวลาจะพูดจะบอกอะไรก็เลยเป็นอึกอัก ๆ ไม่ค่อยกล้าพูกล้าแสดงความคิดเห็นต่อสมาชิกวงคนอื่น ๆ แต่ทุกวันนี้พวกเราทุกคนสนิทสนมกันมาก ชางมินจึงกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นและให้คำแนะนำว่าอะไรดีหรือไม่ดี เขากล้าที่จะบอกถึงความต้องการของตัวเองออกมาตรง ๆ ผมชอบที่ชางมินเป็นอย่างนี้นะ ชอบที่เราซื่อสัตย์จริงใจต่อกัน แต่ให้ตาย...ทุกวันนี้การสแดงความรักของเราด้วยการ One Touch นี่มันชักจะหนักหน่วงรุนแรงมากขึ้น ๆ ทุกวัน แต่ก่อนผมก็พอจะทนได้อ่ะนะ แต่นั่นมันก่อนที่ชางมินจะเติบโตขึ้นมามากขนาดนี้ เขาตัวโตขึ้น บึกขึ้นทุกวัน ๆ ดูแขนของเขาสิครับ มันแข็งแรงและใหญ่พอที่จะโอบโลกเอาไว้ได้ทั้งใบ - - ซึ่งผมออกจะเครียดนิดหน่อยเกรง ๆ เล็กน้อยกับความล่ำบึ้กของกล้ามแขนชางมิน แต่ผมก็รู้สึกภูมิใจในตัวเขานะครับ ผมชอบมาก ๆ ที่เขากล้าแสดงความรู้สึกและซื่อสัตย์ ชางมินพัฒนาทักษะทั้งการร้องและการเต้นขึ้นมาก ถมยังตัวสูงและก็หล่อซะขนาดนี้ ดูเด็กน้อยชางมินของเราในตอนนี้สิครับและจะรู้ว่าทำไมเราถึงได้ภูมิใจในตัวเขามากอย่างนี้

ชางมิน – โห...อ้อมค้อมซะไม่มี

แจจุง – หรือนายไม่ชอบที่พี่พูดอ่ะ

ชางมิน – เปล่าพี่ ไม่ใช่อย่างนั้น ผมชอบที่พี่พูดมาก ๆ เลย

แจจุง – ชอบที่พี่พูดเหอะนะ...ได้โปรด.....

ชางมิน – ผมชอบมากจริง ๆ นะ ....มาสรุปกันเลยไหม....เราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะเป็นสมาชิกที่ดีของ TVXQ และก็จะพยายามอย่างหนักเพื่อจะได้เป็นคู่หลักที่มีมีคนชอบมากที่สุดของ TVXQ!

แจจุง – ขอบคุณครับ

แจจุง & ชางมิน – พวกเราคือ... Soul Fighters!!

*********************************

 

 

 

// ยังไม่ได้แก้ Theme blog เลย  - -  หน้าบล็อกก็คงจะยังเดี้ยงไม่มีเปลี่ยน  ไว้ศึกษาสักพัก(เพราะร้างอัพเดทความเคลื่อนไหวในบล็อกนานเกินไป)  คงแก้หน้าตาเบี้ยว ๆ แคบ ๆ ของบล็อกได้...สักวัน //